บทที่ 11 กรอก(2)

“คุณคินเขารู้เรื่องของเราแล้ว เขารู้ว่าแกเป็นลูกสาวฉัน”

“ฮะ! มะ ... ไม่จริง เขารู้ได้ยังไงคะ”

“ก็เพราะวันนั้นฉันไปหาแกที่โรงพักไง เขามาเห็นเราสองคนคุยกันที่หน้าโรงพัก ก็เลยเอาเรื่องนี้มาขู่ฉัน เขาบอกว่าถ้าฉันไม่ส่งตัวแกไปเป็นเมียนางบำเรอ เขาจะเอาความลับเรื่องแกไปแฉให้อัศวิทย์รู้ แกอยากให้แม่ถูกไล่ออกจากบ้านเหมือนหมาข้างถนนหรือไง!”

“นางบำเรอเหรอคะ เขานะเหรอบอกให้หนูไปเป็นนางบำเรอให้เขา นี่เขาอ่านนิยายหรือดูละครไทยมากไปไหมแม่”

“ใช่! เขาต้องการตัวแกไปรองรับความแค้น มันยิ่งกว่าละครอีกนะฝัน มันคือเรื่องจริง แล้วใครบอกให้ขับรถไปชนแฟนเขาตาย ทุกอย่างมันเป็นเพราะแก แถมยังพ่วงให้ฉันบรรลัยไปกับแกอีก เรื่องนี้แกต้องเป็นคนแก้”

“ไม่! หนูไม่ไป แม่คะ หนูไม่ไปนะคะ แม่ก็รู้ว่าเขาเกลียดหนูแค่ไหน เขาต้องการให้หนูตายตั้งเป็น ยังไงหนูก็ไม่ไป”

ต่อให้เธอจะมีความรักให้กับเขามานานแค่ไหน เธอก็คงไม่ทิ้งศักดิ๋ศรีเอาตัวเข้าแลกความผิดหรอก สู้ให้เธอติดคุกยังจะดีซะกว่า

“แกต้องไป! แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ แกอยากเห็นแม่ตกระกำลำบากหรือไง ฉันอุตส่าห์ดิ้นรนแทบตายกว่าจะได้เข้าไปเห็นคุณหญิง คุณนายในบ้านหลังนั้น แกจะมาทำพังเพราะความงี่เง่าเห็นแก่ตัวของแกไม่ได้นะ”

“แต่หนูเป็นลูกแม่นะ แม่จะส่งหนูไปตกนรกทั้งเป็นได้ยังไง แม่ไม่สงสารหนูบ้างเลยเหรอ”

ทอฝันสะอื้นไห้เหมือนจะขาดใจ เงยหน้ามองผู้ให้บังเกิดเกล้าด้วยสายตาที่ตัดพ้อ เธอเองก็มีหัวใจ รักได้เจ็บเป็น ทำไมแม่ต้องเอาเธอไปเร่ให้เขาทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าลูกสาวคนนี้จะต้องไปเจอกับอะไรบ้าง

“แล้วแกไม่สงสารฉันบ้างหรือไง ฉันอุ้มท้องแกมาเก้าเดือน เลี้ยงแกมาจนโต ส่งเสียให้เรียนจนจบ แกจะมาอกตัญญูตอนนี้ไม่ได้นะทอฝัน!”

โสภาพรรณงัดไม้ตาย เอาเรื่องบุญคุณขึ้นมาบีบคั้น เพราะรู้ดีว่า

ทอฝันเป็นคนจิตใจดี ดีจนยอมให้คนนั้นคนนี้เอาเปรียบ

“ถ้าแกไม่ไป ฉันนี่แหละจะผูกคอตายหนีอายให้แกดู แกอยากเป็นลูกทรพีที่ฆ่าทั้งแฟนเขา แล้วก็ฆ่าแม่ตัวเองด้วยใช่ไหม”

“ฮือ ๆ แม่ อย่าทำแบบนี้กับฝันเลย ฝันเจ็บ มันทรมานไปหมดแล้ว” ทอฝันยกมือขึ้นไหว้เหนืออก พยายามขอร้องผู้เป็นแม่ให้เห็นใจ แต่มันก็เปล่าประโยชน์

ทำไมชีวิตเธอต้องมาเจอเรื่องโหดร้ายแบบนี้ ผู้ชายที่เธอแอบรัก เกลียดชังเธอจนอยากจะฆ่าให้ตาย และแม่แท้ ๆ ที่เธอรักและยอมทำตามทุกอย่าง ก็กำลังผลักไสเธอให้ไปเป็นที่ระบายอารมณ์ของผู้ชายคนนั้น เพียงเพื่อรักษาหน้าและเงินทองที่ไม่ใช่ของตัวเอง”

“เจ็บก็ต้องทน ใครใช้ให้แกเมาแล้วขับรถไปชนคนตายล่ะ แกทำผิด แกก็ต้องชดใช้ให้เขาสิ!” โสภาพรรณด่าทอลูกสาวอย่างไร้ความปราณี

“หนูไม่ได้เมา! แม่จำไม่ได้จริง ๆ เหรอ ว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง วันนั้นหนูไปหาแม่ไง ไอ้กลิ่นเหล้าพวกนั้นก็เป็นแม่ที่เอาสาดหน้าหนูเอง!”

เพี๊ยะ!

ฝ่ามือเรียวตวัดตบลงบนแก้มอวบอย่างแรงจนหน้าหันไปตามแรงมือ

“หยุดพูดจาเพ้อเจอเดี๋ยวนี้นะ! ใครจะไปสนว่าแกเมาหรือไม่เมา ในเมื่อตอนนี้คุณคินเขาปักใจเชื่อไปแล้วว่าแกคือฆาตกร แกแค่ก้มหน้ายอมรับกรรมไปซะ แค่นี้ทำไม่ได้เหรอ ไปเป็นเมียบำเรอชดใช้ให้เขา แค่นี้ยอมทำเพื่อแม่ไม่ได้หรือไง”

ทอฝันยกมือขึ้นกุมแก้มที่ชาไปทั้งแถบ รสเฝื่อนของเลือดซึมที่มุมปาก แต่ความเจ็บที่ใบหน้ายังไม่เท่ากับความเจ็บปวดที่หัวใจเลย”

ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยน้ำตามองหน้าแม่แท้ ๆ ของตัวเองอย่างสิ้นหวัง เธอเพิ่งตระหนักได้เดี๋ยวนี้เอง ว่าในสายตาของแม่ เงินทองและหน้าตาสังคม สำคัญกว่าชีวิตของลูกสาวคนนี้เสมอ

“แม่เคยรักหนูบ้างไหมคะ...”

ทอฝันถามเสียงเบา สติเริ่มเลื่อนลอย ทุกอย่างรอบตัวมันเหมือนความฝันมากกว่ายืนอยู่บนโลกของความจริง แต่ความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและทางจิตใจบอกว่านี่แหละคือความจริงที่เธอต้องยอมรับให้ได้

“ถ้าแกรักฉัน แกก็ต้องเก็บของแล้วเดินตามฉันลงไปที่รถเดี๋ยวนี้!”

โสภาพรรณไม่ตอบ แต่กลับโยนกระเป๋าเสื้อผ้าใส่หน้าลูกสาว

“ลุกขึ้น! อย่าให้ฉันต้องหมดความอดทนกับแกนะทอฝัน! ลุก!”

หญิงสาวร่างอวบค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืนอย่างไร้เรี่ยวแรง เธอไม่ได้เถียงหรือขัดคำสั่งอีกต่อไป ทอฝันหยิบเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นยัดใส่กระเป๋าลวก ๆ แล้วรุดซิปปิด น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงลงบนกระเป๋าเสื้อผ้า

ในเมื่อแม่ไม่ต้องการเธอ ในเมื่อผู้ชายคนนั้นต้องการทำลายเธอ เธอก็ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว

“เสร็จแล้วค่ะ...” ทอฝันพูดเสียงแหบแห้ง ไร้ชีวิตชีวา

“ก็แค่นี้แหละ มัวแต่ลีลาอยู่ได้!”

โสภาพรรกระชากแขนลูกสาวให้เดินตามออกไปจากห้อง ก่อนจะหันมากำชับเสียงเข้มอีกครั้ง

“จำไว้นะฝัน! ไปอยู่ที่นั่นก็ทำตัวดี ๆ อย่าขัดใจคุณคิน ยอม ๆ เขาไป เขาจะตบจะตตี จะด่าว่ายังไงก้เงียบปกาเอาไว้ ห้ามหนีเด็ดขาด เข้าใจไหม!”

ทอฝันไม่ได้ตอบรับ เธอเพียงแค่ก้าวเท้าเดินตามแรงดึงของผู้เป็นแม่ไปอย่างเหม่อลอย เหมือนนักโทษที่กำลังเดินเข้าสู่ลานประหาร ตอนนี้เธอคิดถึงพ่อที่สุดเลย ถ้าพ่อยังอยู่เธอก็คงไม่ต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์นี้...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป